ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประวัติ ครูบาอิน อินโท วัดคันธาวาส (ทุ่งปุย) จ.เชียงใหม่

ประวัติ ครูบาอิน อินโท วัดคันธาวาส (ทุ่งปุย) จ.เชียงใหม่





“พระครูวรวุฒิคุณ” หรือ “ครูบาอิน อินโท” วัดคันธาวาส (ทุ่งปุย) กิ่งอ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดเชียงใหม่

เกิดในครอบครัว เขียวสุขคำ ของนายหนุ่ม นางคำป้อ ที่บ้านทุ่งปุย กิ่งอ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2445

ครั้นเจริญวัย บรรพชาที่วัดทุ่งปุย เมื่ออายุ 15 ปี เมื่ออายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท มีพระอธิการยศเป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการกว้าง วัดสองแคว และพระอธิการอ้าย วัดทุ่งปุย เป็นพระคู่สวด

ได้รับฉายาว่า อินโท สอดคล้องกับนามเดิมของท่าน

พากเพียรเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งในฝ่ายปริยัติและปฏิบัติควบคู่กันไปอย่างจริงจัง เรียนสมถกัมมัฏฐาน วิปัสสนากัมมัฏฐาน


จากนั้นเดินทางมาเรียนกัมมัฏฐานเพิ่มเติมที่วัดมหาธาตุฯ กทม.โดยฝึกกับพระเทพสิทธิมุนี (โชฎก ญาณสิทธิป.ธ.9) มีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภเถร) ครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่พระพิมลธรรม เป็นประธาน


ครูบาอาจารย์จากทางเหนือที่ไปร่วมปฏิบัติวิปัสสนาด้วยกัน คือ พระสุพรหมยานเถระ หรือครูบาพรหมจักร พรหมจักโก วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน, ครูบาอินทจักร วัดน้ำบ่อหลวง, พระธรรมมังคลาจารย์ (ทอง สิริมังคโล) วัดร่ำเปิง

ด้านวิทยาคม ศึกษาจากพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์รูปอื่นๆ เพียงไม่กี่รูป ส่วนใหญ่แล้วจะศึกษาด้วยตนเองจากคัมภีร์โบราณ และยังกระทำกิจของศาสนาอเนกประการ จนได้ตำแหน่งบริหาร คือ พ.ศ.2485 เป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งปุย พ.ศ.2494 เป็นเจ้าคณะตำบลยางคราม พ.ศ.2496 เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2502 พระครูประทวน พ.ศ.2506 ได้รับสมณศักดิ์สัญญาบัตรที่พระครูวรวุฒิคุณ

พ.ศ.2519 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม

ครูบาอินผูกพันกับวัดทุ่งปุยตั้งแต่บวชครั้งแรกจนได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

อดีตวัดทุ่งปุย เป็นวัดร้างที่ได้รับการบูรณะ โดยครูบาคันธา สมภารรูปแรก เมื่อปี พ.ศ.2395 ก่อนที่จะได้รับการเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดคันธาวาส

ก่อนหน้าจะมาครองวัด ประมาณปี พ.ศ.2504 ได้รับอาราธนาให้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดฟ้าหลั่ง ซึ่งอดีตเคยเป็นวัดร้าง สามารถเรียกคณะศรัทธามาร่วมกันแผ้วถาง ก่อสร้างพัฒนาจนกลายเป็นวัดที่สมบูรณ์อีกครั้ง

สภาพของวัดที่เห็นในปัจจุบัน ค่อยๆ สร้างขึ้นโดยยึดคติ “ค่อยๆ ทำไป” ไม่บอกบุญให้ใครเป็นทุกข์เดือดร้อน จนถูกเรียกขานอีกนามหนึ่งว่า ครูบาฟ้าหลั่ง

เมื่อวัดฟ้าหลั่งมีความรุ่งเรืองขึ้น ท่านก็หวนกลับสู่บ้านเกิดในวัย 98 ปี อยู่จำพรรษาเป็นมิ่งขวัญของชาวบ้านทุ่งปุยมาจนถึงปัจจุบัน

แม้จะอายุมาก แต่ท่านปฏิบัติกิจวัตรประจำวันมิได้ขาด ทั้งทำวัตรเช้า-เย็น พร้อมกับเดินจงกรม นั่งสมาธิ ภาวนาตอนเช้ามืดและก่อนนอน พอใจในชีวิตที่เรียบง่าย

ตลอดเพศบรรพชิตเป็นผู้ที่มีสติระมัดระวัง และรู้เท่าทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนา และมีผู้ไปถามความเห็นจากท่าน ก็จะให้ข้อคิดที่ดี โดยยึดหลักธรรมะ ไม่เคยซ้ำเติมผู้ใดด้วยอคติหรืออารมณ์

วัตรปฏิบัติประจำวัน ท่านจะตื่นจำวัดตอนตี 4 ไหว้พระทำวัตร สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิ เมื่อพระในวัดมาพร้อมกันที่กุฏิ ท่านก็จะเป็นผู้นำในการสวดมนต์ทำวัตรเช้า และนั่งสมาธิแผ่เมตตา

จะฉันประมาณ 8 โมงเช้า โดยฉันเพียงมื้อเดียว และไม่ฉันอย่างอื่นนอกจากน้ำตลอดทั้งวัน

อาพาธเข้าโรงพยาบาลครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2545 แพทย์วินิจฉัยว่าติดเชื้อในปอด และน้ำท่วมหัวใจ พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กระทั่งถึงวันที่ 18 เม.ย. 2545 กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่วัดคันธาวาส (วัดทุ่งปุย) อาการดีขึ้น

ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2546 จนถึงวันที่ 12 เม.ย.2546 เวลา 13.15 น. อาการเริ่มทรุดลง จนถึงเวลา 19.40 น. ก็ละสังขารจากไปอย่างสงบ


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ประวัติ หลวงพ่อสมบูรณ์ รตนญาโณ วัดหงส์รัตนาราม กรุงเทพ

ประวัติ หลวงพ่อสมบูรณ์ รตนญาโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร กรุงเทพ พระวชิรรัตนรังษี (สมบูรณ์ รตนญาโณ) ถือเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองกรุงอีกรูป ซึ่งลูกศิษย์ลูกหาแล  นักสะสมวัตถุมงคลรู้จักชื่อเสียงกิตติศัพท์เป็นอย่างดี ปัจจุบัน สิริอายุ 66 ปี พรรษา 46 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 มีนามเดิมว่า สมบูรณ์ บุญมา เกิดเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2501 ที่บ้านหนองหว้า ต.หนองไฮ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ในครอบครัวชาวสวน บิดา-มารดา ชื่อ นายเลี้ยง บุญมา และนางฝ้าย วิสาเกษ เป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัว พ.ศ.2512 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ ร.ร.บ้านนาโนน ต่อมามารดาเสียชีวิต จึงกราบลาบิดา เพื่อเข้าอุปสมบท ซึ่งเป็นกุศลเจตนาที่จะบรรพชาอุปสมบทมาตั้งแต่ยังเล็ก เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2521 ที่พัทธสีมาวัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ มีพระอธิการเครื่อง สุภัทโท วัดสระกำแพงใหญ่ อดีตพระเกจิชื่อดัง เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงปู่สุข โกวิโท เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สมชาย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ อยู่อุปัฏฐากพระอุ...

ประวัติ ครูบาเจ้ศรีวิชัย หรือ พระสีวิไชย วัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน

  ประวัติ ครูบาศรีวิชัย หรือ พระสีวิไชย วัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน     ครูบาศรีวิชัย หรือ พระสีวิไชย (ไทยถิ่นเหนือ: ᩕᨣᩪᨷᩤᨧᩮᩢ᩶ᩣᩈᩦᩅᩥᨩᩱ᩠ᨿ) เป็นพระเถระชาวจังหวัดลำพูน ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างและบูรณะพุทธศาสนสถานหลายแห่งทั่วภาคเหนือของประเทศไทย จนได้รับการขนานนามว่า ตนบุญแห่งล้านนา ชาติกำเนิด ครูบาศรีวิชัยเกิดเมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ปีขาล เวลาพลบค่ำ ขณะนั้นมีพายุฟ้าร้องรุนแรง จึงตั้งชื่อว่า อินตาเฟือน หรือ อ้ายฟ้าร้อง บิดาชื่อควาย ส่วนมารดาชื่ออุสา นายควายบิดาเป็นบุตรของนายอ้าย กับนางน้อยธิดาของหมื่นผาบ (มาต่า) หมอคล้องช้างชาวกะเหรี่ยงแดงจากเมืองกันตรวดีที่เจ้าดาราดิเรกรัตนไพโรจน์ชวนมาอยู่ลำพูนด้วยกัน ส่วนนางอุสามารดาของท่าน บางแห่งว่าเป็นชาวเมืองเชียงใหม่ บ้างว่าเป็นธิดาหนานไจยา ชาวเมืองลี้ เพ็ญสุภา สุขคตะสรุปว่าครูบาศรีวิชัยมีเชื้อสายกะเหรี่ยงแดงจากฝั่งบิดา และอาจมีเชื้อสายกะเหรี่ยงขาวและยองจากฝั่งมารดา เมื่ออายุได้ 18 ปี ท่านคิดว่าชาตินี้เกิดมายากจนเพราะในอดีตไม่ได้ทำบุญไว้เพียงพอ จึงควรออกบวชรักษาศีลปฏิบัติธรรมไว้เพื่อประโยชน์สุขในภายหน้า และจะได้ตอบแทนพ...

ประวัติ หลวงพ่อจ่าง อเชยโย อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร จ.เพชรบุรี

ประวัติ หลวงพ่อจ่าง อเชยโย อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร จ.เพชรบุรี “พระครูสุนทรวชิรเวช” หรือ “หลวงพ่อจ่าง อเชยโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร (โค้งข่อย) ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง    มีความชำนาญด้านการรักษาโรคกระดูก และเป็นเกจิเจ้าตำรับเครื่องรางตะกรุดคำหมาก เกิดในตระกูลเปี่ยมศรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค.2451 เวลาประมาณ 6 โมงเช้า ที่บ้านท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นบุตรคนที่สองในจำนวนพี่น้อง 4 คน บิดา-มารดาชื่อ นายหล่ำ และนางส่วน เปี่ยมศรี  วัยเด็กเล่าเรียนหนังสือพออ่านออกเขียนได้ มีอุปนิสัยสุภาพอ่อนโยน ไม่ชอบทำบาปช่วยทางบ้านประกอบสัมมาชีพเป็นกำลังสำคัญ จนอายุ 20 ปีเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดท่าคอย โดยมีเจ้าอธิการฉิม วัดท่าคอย เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อโต๊ะ วัดท่อเจริญธรรม และหลวงพ่อหอม วัดท่ามะเกลือ เป็นคู่สวด ได้รับฉายาว่า “อเชยโย”  เล่าเรียนอักขระภาษาไทย ภาษาขอม ตลอดทั้งพระปริยัติธรรมท่องบทสวดมนต์อันได้แก่ มูลกัจจายนะ เจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน ปาติโมกข์สัททสังคหสูตรตามสมัยนิยมจนจบ และวิชาแพทย์แผนโบราณจนเชี่ยวชาญ ตลอดจนศึกษ...