ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประวัติ หลวงปู่เปรื่อง ฐานังกโร อดีตเจ้าอาวาสวัดสันติวัฒนา จ.เพชรบูรณ์

ประวัติ หลวงปู่เปรื่อง ฐานังกโร อดีตเจ้าอาวาสวัดสันติวัฒนา จ.เพชรบูรณ์


 


 

“หลวงปู่เปรื่อง ฐานังกโร” หรือ “พระวินัยวงศาจารย์” อดีตเจ้าอาวาสวัดสันติวัฒนา ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ และอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหล่มสัก-เขาค้อ (ธรรมยุต) พระเถระนักปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน ที่คนทั่วไปต่างเลื่อมใสศรัทธา เกิดในสกุลรูปน้อย เมื่อวันพุธที่ 30 มี.ค.2474 ที่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 2 ต.สักหลง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ บิดา-มารดาชื่อ นายเรือง และ นางน้อย รูปน้อย

ในช่วงวัยเยาว์ศึกษาที่โรงเรียนบ้านหนองบัว จ.เพชรบูรณ์ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ช่วยครอบครัวทำไร่ ทำนา และทำสวน

ย่างเข้าวัยหนุ่มฉกรรจ์มีจิตใจฝักใฝ่และศรัทธาหลักธรรมคำสอน ประกอบกับที่ครอบครัวได้เข้าวัดฟังธรรมและรักษาศีลเป็นประจำ จึงได้ขออนุญาตบุพการีบวช


ต่อมาเข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดศรีบุญเรือง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2495 โดยมี พระครูสุธรรมคณี วัดสามัคคีวัฒนา ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์
อยู่ทำวัตรปฏิบัติพระอุปัชฌาย์ และศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จนกระทั่งสามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก จึงได้รับหน้าที่ให้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุ-สามเณรภายในวัด และทำหน้าที่เป็นผู้สวดปาติโมกข์ ทุกปักขคณนาตลอดทั้งปี


พ.ศ.2510 เมื่อญาติโยม อุบาสก และอุบาสิกา ร่วมกันสร้างวัดขึ้นใหม่ คือ วัดสันติวัฒนา ที่บ้านสักหลง ชาวบ้านได้นิมนต์ให้มาอยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนี้ และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส
พ.ศ.2514 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ (ธรรมยุต) พ.ศ.2518 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ และเจ้าคณะอำเภอหล่มเก่า-อำเภอน้ำหนาว (ธรรมยุต) จ.เพชรบูรณ์
พ.ศ.2541 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอหล่มสัก และอำเภอเขาค้อ (ธรรมยุต) จ.เพชรบูรณ์
พ.ศ.2554 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหล่มสัก-เขาค้อ (ธรรมยุต)


เนื่องจากเป็นพระที่มีความรอบรู้ในเรื่องนวกรรม จึงชักชวนชาวตำบลสักหลงก่อสร้างศาลาการเปรียญ อุโบสถ กุฏิกัมมัฏฐาน ปรับภูมิทัศน์ภายในวัดให้มีความร่มรื่นด้วยการปลูกต้นไม้และนำพันธุ์ไม้หายากมาปลูก ทำให้ภายในวัดมีความร่มรื่นเย็นสบาย จนได้รับเกียรติคุณจากกรมการศาสนาให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างติดต่อกันหลายปี


เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาบวชได้ศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรม จะกำหนดให้พระภิกษุ-สามเณรต้องลงอุโบสถ ทำวัตรเช้า-เย็น ทุกวัน และฟังพระสวดปาติโมกข์ตลอดทั้งปี


นอกจากนี้ ยังอบรมให้พระภิกษุ-สามเณรยึดมั่นปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติตามกฎหมายคณะสงฆ์และกฎมหาเถรสมาคม ฝึกปฏิบัติตามหลักธุดงควัตร ยึดหลักสันโดษ มักน้อยในปัจจัย 4 ไม่ยึดติดในอติเรกลาภ จึงทำให้พระภิกษุ-สามเณรที่จำพรรษาวัดแห่งนี้ไม่เคยมีอธิกรณ์ใดๆ ให้เกิดความเสื่อมเสีย

ส่งเสริมให้พระภิกษุ-สามเณรภายในวัดได้รับการศึกษาด้านพระปริยัติธรรม แต่ละปีจึงมีพระภิกษุ-สามเณรสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี โท และเอก ปีละหลายรูป

รวมทั้งยังจัดส่งพระภิกษุ-สามเณรในวัดไปศึกษาด้านกัมมัฏฐานที่สำนักวัดป่าต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงหลักธรรมของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวินัยวงศาจารย์

เป็นพระสายปฏิบัติที่เคร่งครัด ได้ให้การศึกษาอบรมญาติโยมและประชาชนทั่วไปด้วยการเน้นเรื่องของการปฏิบัติตน การฝึกทำสมาธิ เพื่อสร้างฐานทางสติให้มีความมั่นคง ไม่วอกแวก และมีสติ

ภายในวัดจึงมีกุฏิกัมมัฏฐานไว้เพื่อให้ผู้ที่ชอบความสงบเข้ามาปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ และปฏิบัติกัมมัฏฐาน ได้ทุกวัน แต่ละวันจึงมีญาติโยมที่เลื่อมใสเดินทางมาเคารพกราบไหว้ พร้อมกับทำนุบำรุงศาสนสถานและถาวรวัตถุอย่างพร้อมสรรพ

อย่างไรก็ตาม สังขารร่วงโรยไปตามกาลเวลา อายุเข้าสู่วัยไม้ใกล้ฝั่งหลวงปู่มีอาการอาพาธ ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ญาติโยมนำไปรักษาที่โรงพยาบาลหลายครั้ง

เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2562 อาการมีแต่ทรงกับทรุด กระทั่งละสังขารอย่างสงบที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ สิริอายุ 88 ปี พรรษา 68

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ประวัติ หลวงพ่อสมบูรณ์ รตนญาโณ วัดหงส์รัตนาราม กรุงเทพ

ประวัติ หลวงพ่อสมบูรณ์ รตนญาโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร กรุงเทพ พระวชิรรัตนรังษี (สมบูรณ์ รตนญาโณ) ถือเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองกรุงอีกรูป ซึ่งลูกศิษย์ลูกหาแล  นักสะสมวัตถุมงคลรู้จักชื่อเสียงกิตติศัพท์เป็นอย่างดี ปัจจุบัน สิริอายุ 66 ปี พรรษา 46 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 มีนามเดิมว่า สมบูรณ์ บุญมา เกิดเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2501 ที่บ้านหนองหว้า ต.หนองไฮ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ในครอบครัวชาวสวน บิดา-มารดา ชื่อ นายเลี้ยง บุญมา และนางฝ้าย วิสาเกษ เป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัว พ.ศ.2512 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ ร.ร.บ้านนาโนน ต่อมามารดาเสียชีวิต จึงกราบลาบิดา เพื่อเข้าอุปสมบท ซึ่งเป็นกุศลเจตนาที่จะบรรพชาอุปสมบทมาตั้งแต่ยังเล็ก เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2521 ที่พัทธสีมาวัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ มีพระอธิการเครื่อง สุภัทโท วัดสระกำแพงใหญ่ อดีตพระเกจิชื่อดัง เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงปู่สุข โกวิโท เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สมชาย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ อยู่อุปัฏฐากพระอุ...

ประวัติ ครูบาเจ้ศรีวิชัย หรือ พระสีวิไชย วัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน

  ประวัติ ครูบาศรีวิชัย หรือ พระสีวิไชย วัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน     ครูบาศรีวิชัย หรือ พระสีวิไชย (ไทยถิ่นเหนือ: ᩕᨣᩪᨷᩤᨧᩮᩢ᩶ᩣᩈᩦᩅᩥᨩᩱ᩠ᨿ) เป็นพระเถระชาวจังหวัดลำพูน ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างและบูรณะพุทธศาสนสถานหลายแห่งทั่วภาคเหนือของประเทศไทย จนได้รับการขนานนามว่า ตนบุญแห่งล้านนา ชาติกำเนิด ครูบาศรีวิชัยเกิดเมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ปีขาล เวลาพลบค่ำ ขณะนั้นมีพายุฟ้าร้องรุนแรง จึงตั้งชื่อว่า อินตาเฟือน หรือ อ้ายฟ้าร้อง บิดาชื่อควาย ส่วนมารดาชื่ออุสา นายควายบิดาเป็นบุตรของนายอ้าย กับนางน้อยธิดาของหมื่นผาบ (มาต่า) หมอคล้องช้างชาวกะเหรี่ยงแดงจากเมืองกันตรวดีที่เจ้าดาราดิเรกรัตนไพโรจน์ชวนมาอยู่ลำพูนด้วยกัน ส่วนนางอุสามารดาของท่าน บางแห่งว่าเป็นชาวเมืองเชียงใหม่ บ้างว่าเป็นธิดาหนานไจยา ชาวเมืองลี้ เพ็ญสุภา สุขคตะสรุปว่าครูบาศรีวิชัยมีเชื้อสายกะเหรี่ยงแดงจากฝั่งบิดา และอาจมีเชื้อสายกะเหรี่ยงขาวและยองจากฝั่งมารดา เมื่ออายุได้ 18 ปี ท่านคิดว่าชาตินี้เกิดมายากจนเพราะในอดีตไม่ได้ทำบุญไว้เพียงพอ จึงควรออกบวชรักษาศีลปฏิบัติธรรมไว้เพื่อประโยชน์สุขในภายหน้า และจะได้ตอบแทนพ...

ประวัติ หลวงพ่อจ่าง อเชยโย อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร จ.เพชรบุรี

ประวัติ หลวงพ่อจ่าง อเชยโย อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร จ.เพชรบุรี “พระครูสุนทรวชิรเวช” หรือ “หลวงพ่อจ่าง อเชยโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร (โค้งข่อย) ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง    มีความชำนาญด้านการรักษาโรคกระดูก และเป็นเกจิเจ้าตำรับเครื่องรางตะกรุดคำหมาก เกิดในตระกูลเปี่ยมศรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค.2451 เวลาประมาณ 6 โมงเช้า ที่บ้านท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นบุตรคนที่สองในจำนวนพี่น้อง 4 คน บิดา-มารดาชื่อ นายหล่ำ และนางส่วน เปี่ยมศรี  วัยเด็กเล่าเรียนหนังสือพออ่านออกเขียนได้ มีอุปนิสัยสุภาพอ่อนโยน ไม่ชอบทำบาปช่วยทางบ้านประกอบสัมมาชีพเป็นกำลังสำคัญ จนอายุ 20 ปีเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดท่าคอย โดยมีเจ้าอธิการฉิม วัดท่าคอย เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อโต๊ะ วัดท่อเจริญธรรม และหลวงพ่อหอม วัดท่ามะเกลือ เป็นคู่สวด ได้รับฉายาว่า “อเชยโย”  เล่าเรียนอักขระภาษาไทย ภาษาขอม ตลอดทั้งพระปริยัติธรรมท่องบทสวดมนต์อันได้แก่ มูลกัจจายนะ เจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน ปาติโมกข์สัททสังคหสูตรตามสมัยนิยมจนจบ และวิชาแพทย์แผนโบราณจนเชี่ยวชาญ ตลอดจนศึกษ...