ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประวัติ หลวงปู่นาค โสภโณ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพ

 ประวัติ หลวงปู่นาค โสภโณ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ




พระเทพสิทธินายก หรือ หลวงปู่นาค โสภโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ พระเกจิชื่อดังรูปหนึ่งที่ชาวเมืองกรุงให้ความเลื่อมใสศรัทธาและรู้จักชื่อเสียงของท่านเป็นอย่างดี

จัดสร้างพระเครื่องวัตถุมงคลมากมาย อาทิ พระเนื้อผงพิมพ์สมเด็จและเหรียญวัตถุมงคล

มีนามเดิมว่า นาค มะเริงสิทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 1 ส.ค.2427 ที่บ้านปราสาท ต.เมืองปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา บิดา-มารดาชื่อ นายป้อมและนางสงวน มะเริงสิทธิ์

ด้วยต้องหาความรู้ใส่ตัวเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลแต่ยังไม่มีโรงเรียนเกิดขึ้น มีแต่วัดวาอารามเท่านั้น พ่อแม่จึงส่งมาฝากไว้กับพระครูสังฆวิจารย์ (มี) ซึ่งเป็นลุงที่วัดบึง ใกล้ประตูชุมพล

อายุ 13 ปี บรรพชาเมื่อปี พ.ศ.2440 ที่วัดบึง ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา โดยมี พระครูสังฆวิจารย์ (มี) เป็นพระอุปัชฌาย์

อาศัยที่เป็นคนฉลาดเล่าเรียนเก่ง พระอาจารย์ที่เป็นครูสั่งสอนภาษาบาลีและภาษาไทย จึงแนะแนวทางให้เดินทางเข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองต่อไป

เดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยกองคาราวานวัว มีผู้ร่วมเดินทางประมาณ 30 คน เดินทางจากโคราชรอนแรมมาเป็นเวลาแรมเดือนจนถึงกรุงเทพฯ โดยพระน้าชายนำฝากไว้กับพระอาจารย์เลื่อม พระลูกวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งกุฏิอยู่หน้าวัดใกล้ปากคลอง (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งโรงเรียนสตรีวัดระฆัง)

พระธรรมไตรโลกาจารย์ ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัด รับสามเณรนาคไว้ในอุปการะ

เล่าเรียนภาษาบาลีมีความรู้ถึงขั้นเข้าแปลบาลีเปรียญธรรม 3 ประโยคเป็นครั้งแรกต่อหน้าพระที่นั่ง โดยมีพระเถระทรงสมณศักดิ์หลายรูปเป็นกรรมการฝ่ายสงฆ์ ผลปรากฏว่าสามเณรนาคสอบแปลด้วยปากได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ได้รับพระราชทานไทยธรรมเครื่องอัฏฐบริขารจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

พ.ศ.2448 มิได้หยุดยั้งความตั้งใจ พยายามศึกษาเล่าเรียนต่อ ปรากฏว่าสอบไล่ได้เปรียญธรรม 4 ประโยค โดยการแปลด้วยปาก ซึ่งเป็นการยากสำหรับยุคนั้น

อายุ 21 ปีเข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดระฆังโฆสิตาราม โดยมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฤทธิ์) วัดอรุณราชวราราม เป็นพระอุปัชฌาย์, สมเด็จพระวันรัต (ฑิต) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระธรรมโกศาจารย์ (แพ) วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

พระธรรมไตรโลกาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ) เป็นผู้บอกอนุศาสน์ พระอุปัชฌาย์ให้นามฉายาว่า “โสภโณ”

พ.ศ.2449 พระมหานาคเข้าสอบแปลเปรียญธรรม 5 ประโยค แต่ไม่ได้เข้าสอบเปรียญธรรมต่อถึงประโยค 6 เหตุที่มีภารกิจเป็นผู้รับใช้ใกล้ชิดถวายงานวัดให้สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เจ้าอาวาส

ในระหว่างที่ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมบาลีหาเวลาไปศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฏฐานเพิ่มเติมกับพระอาจารย์ที่วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) และวัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) ลงมือปฏิบัติจิตตภาวนาอย่างเคร่งครัด โดยเพียรพยายามศึกษาและฝึกปฏิบัติอยู่นานถึง 10 ปี สามารถทำมูลกัมมัฏฐานเป็นฌานวิปัสสนา

พ.ศ.2484 สร้างวัตถุมงคลพระสมเด็จขึ้นมาโดยอาศัยตำราของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ระหว่างนั้นเป็นเวลาที่บ้านเมืองเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ท่านจึงได้แจกจ่ายพระสมเด็จดังกล่าวให้ทหารติดตัวไปในสมรภูมิเพื่อเป็นการบำรุงขวัญและกำลังใจแก่ทหารอีกส่วนหนึ่งด้วย พระสมเด็จที่หลวงปู่นาคจัดสร้างขึ้นครั้งนั้นและที่สร้างขึ้นในรุ่นต่อมาปรากฏว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ปรากฏเกียรติคุณในวงการพระเครื่องตลอดจนถึงทุกวันนี้

ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2467 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พ.ศ.2468 เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2464 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระธรรมกิติ วันที่ 6 พ.ย.2474 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชโมลี

วันที่ 5 ธ.ค.2500 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพสิทธินายก

มรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชราที่โรงพยาบาลศิริราช ธนบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ม.ค.2514 เวลา 04.45 น. สิริรวมอายุ 87 ปี พรรษา 66

ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสครองวัดระฆังโฆสิตารามอยู่ 47 ปี


——-

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ประวัติ หลวงพ่อสมบูรณ์ รตนญาโณ วัดหงส์รัตนาราม กรุงเทพ

ประวัติ หลวงพ่อสมบูรณ์ รตนญาโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร กรุงเทพ พระวชิรรัตนรังษี (สมบูรณ์ รตนญาโณ) ถือเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองกรุงอีกรูป ซึ่งลูกศิษย์ลูกหาแล  นักสะสมวัตถุมงคลรู้จักชื่อเสียงกิตติศัพท์เป็นอย่างดี ปัจจุบัน สิริอายุ 66 ปี พรรษา 46 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 มีนามเดิมว่า สมบูรณ์ บุญมา เกิดเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2501 ที่บ้านหนองหว้า ต.หนองไฮ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ในครอบครัวชาวสวน บิดา-มารดา ชื่อ นายเลี้ยง บุญมา และนางฝ้าย วิสาเกษ เป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัว พ.ศ.2512 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ ร.ร.บ้านนาโนน ต่อมามารดาเสียชีวิต จึงกราบลาบิดา เพื่อเข้าอุปสมบท ซึ่งเป็นกุศลเจตนาที่จะบรรพชาอุปสมบทมาตั้งแต่ยังเล็ก เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2521 ที่พัทธสีมาวัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ มีพระอธิการเครื่อง สุภัทโท วัดสระกำแพงใหญ่ อดีตพระเกจิชื่อดัง เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงปู่สุข โกวิโท เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สมชาย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ อยู่อุปัฏฐากพระอุ...

ประวัติ ครูบาเจ้ศรีวิชัย หรือ พระสีวิไชย วัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน

  ประวัติ ครูบาศรีวิชัย หรือ พระสีวิไชย วัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน     ครูบาศรีวิชัย หรือ พระสีวิไชย (ไทยถิ่นเหนือ: ᩕᨣᩪᨷᩤᨧᩮᩢ᩶ᩣᩈᩦᩅᩥᨩᩱ᩠ᨿ) เป็นพระเถระชาวจังหวัดลำพูน ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างและบูรณะพุทธศาสนสถานหลายแห่งทั่วภาคเหนือของประเทศไทย จนได้รับการขนานนามว่า ตนบุญแห่งล้านนา ชาติกำเนิด ครูบาศรีวิชัยเกิดเมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ปีขาล เวลาพลบค่ำ ขณะนั้นมีพายุฟ้าร้องรุนแรง จึงตั้งชื่อว่า อินตาเฟือน หรือ อ้ายฟ้าร้อง บิดาชื่อควาย ส่วนมารดาชื่ออุสา นายควายบิดาเป็นบุตรของนายอ้าย กับนางน้อยธิดาของหมื่นผาบ (มาต่า) หมอคล้องช้างชาวกะเหรี่ยงแดงจากเมืองกันตรวดีที่เจ้าดาราดิเรกรัตนไพโรจน์ชวนมาอยู่ลำพูนด้วยกัน ส่วนนางอุสามารดาของท่าน บางแห่งว่าเป็นชาวเมืองเชียงใหม่ บ้างว่าเป็นธิดาหนานไจยา ชาวเมืองลี้ เพ็ญสุภา สุขคตะสรุปว่าครูบาศรีวิชัยมีเชื้อสายกะเหรี่ยงแดงจากฝั่งบิดา และอาจมีเชื้อสายกะเหรี่ยงขาวและยองจากฝั่งมารดา เมื่ออายุได้ 18 ปี ท่านคิดว่าชาตินี้เกิดมายากจนเพราะในอดีตไม่ได้ทำบุญไว้เพียงพอ จึงควรออกบวชรักษาศีลปฏิบัติธรรมไว้เพื่อประโยชน์สุขในภายหน้า และจะได้ตอบแทนพ...

ประวัติ หลวงพ่อจ่าง อเชยโย อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร จ.เพชรบุรี

ประวัติ หลวงพ่อจ่าง อเชยโย อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร จ.เพชรบุรี “พระครูสุนทรวชิรเวช” หรือ “หลวงพ่อจ่าง อเชยโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร (โค้งข่อย) ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง    มีความชำนาญด้านการรักษาโรคกระดูก และเป็นเกจิเจ้าตำรับเครื่องรางตะกรุดคำหมาก เกิดในตระกูลเปี่ยมศรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค.2451 เวลาประมาณ 6 โมงเช้า ที่บ้านท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นบุตรคนที่สองในจำนวนพี่น้อง 4 คน บิดา-มารดาชื่อ นายหล่ำ และนางส่วน เปี่ยมศรี  วัยเด็กเล่าเรียนหนังสือพออ่านออกเขียนได้ มีอุปนิสัยสุภาพอ่อนโยน ไม่ชอบทำบาปช่วยทางบ้านประกอบสัมมาชีพเป็นกำลังสำคัญ จนอายุ 20 ปีเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดท่าคอย โดยมีเจ้าอธิการฉิม วัดท่าคอย เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อโต๊ะ วัดท่อเจริญธรรม และหลวงพ่อหอม วัดท่ามะเกลือ เป็นคู่สวด ได้รับฉายาว่า “อเชยโย”  เล่าเรียนอักขระภาษาไทย ภาษาขอม ตลอดทั้งพระปริยัติธรรมท่องบทสวดมนต์อันได้แก่ มูลกัจจายนะ เจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน ปาติโมกข์สัททสังคหสูตรตามสมัยนิยมจนจบ และวิชาแพทย์แผนโบราณจนเชี่ยวชาญ ตลอดจนศึกษ...